วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

จังหวัดเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก: คน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

จังหวัดเพชรบูรณ์ อ.หล่มสัก: คน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์: อำเภอหล่มสัก เป็น อำเภอ หนึ่งของ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อหา  [ ซ่อน ]  1 ที่ตั้งและอาณาเขต 2 การปกครองส่วนภูมิภาค 3 การปกครองส่...

คนดี อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

         


           รถไฟฟ้า มาแล้วครับ เดินทางสู่ บางใหญ่-บางบัวทอง ลูกค้าโครงการสิวารัตน์ 9 ดีใจจัง .โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) หน่วยงานที่รับผิดชอบ : การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แนวเส้นทาง : ระยะทางรวมทั้งสิ้น 43 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ - ช่วงจากบางซื่อ-พระนั่งเกล้า-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร เริ่มจากบริเวณสถานีบางซื่อยกระดับไปตาม แนวถนนไปยังสถานีเตาปูน สถานีวงศ์สว่าง สถานีนครินทร์ สถานีเรวดี สถานแครายสถานีศรีพรสวรรค์ สถานีแยกถนนนนทบุรี 1 สถานีพระนั่งเกล้า สถานีไทรม้า สถานีท่าอิฐ สถานีบางรัก ใหญ่สถานีบางบัวทอง สถานีคลองบางแพรก สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีตลาดบางใหญ่ และสถานีคลองบางไผ่เป็นสถานีสุดท้าย และเป็นที่ตั้งของศูนย์ ซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า - ช่วงจากบางซื่อ-สามเสน-ราษฎร์บูรณะ จากบางซื่อ-สามเสนเป็นโครงสร้างยกระดับต่อเนื่องมาตามถนนประชา-ราษฎร์ และเริ่มลดระดับลงใต้ดิน เป็นโครงสร้างอุโมงค์เปลี่ยนมาเข้าแนวถนนประชาราษฎร์สาย 1 ต่อเนื่องมาถึงถนนสามเสน เลี้ยวเข้าถนนพระสุเมรุ ถนนมหาไชย ถนนจักรเพชร แล้วเบี่ยงแนวออกเพื่อหลบสะพานพระปกเกล้า ลอดใต้ แม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่แนวถนนประชาธิปก ต่อเนื่องมาถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนสุขสวัสดิ์ และเริ่มยกระดับขึ้นมา เมื่อเลยแยกบางปะแก้วแล้ว ไปจนถึงบริเวณราษฎร์บูรณะ รูปแบบโครงการ โครงสร้างทางวิ่งจะเป็นโครงสร้างยกระดับทั้งหมดตลอดสาย โดยใช้พื้นที่บริเวณเกาะกลางถนน เป็นส่วนใหญ่ สถานีขึ้น-ลง - ช่วงจากบางซื่อ-พระนั่งเกล้า-บางใหญ่ มีสถานีขึ้น-ลงจำนวน 16 สถานี แต่ละสถานีห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร ได้แก่ 1.สถานีเตาปูน ก่อสร้างเป็นสถานียกระดับบริเวณสะพานสูงบางซื่อ ข้ามคลองเปรมประชากรไปตามแนวถนนประชาราษฎร์ เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ - ท่าพระ 2. สถานีวงศ์สว่าง ผ่านสถานีตำรวจนครบาลเตาปูนถึงซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 39 บริเวณทางแยกตัดถนนวงศ์สว่าง 3.สถานีนครอินทร์ วิ่งตามถนนกรุงเทพ-นนท์ ถึงบริเวณทางแยกตัดถนนติวานนท์ 4. สถานีเรวดี เลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ ผ่านทางเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญาถึง บริเวณซอยติวานนท์ 5 5. สถานีแคราย เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี 6. สถานีศรีพรสวรรค์ อยู่บริเวณซอยรัตนาธิเบศร์ 28 7.สถานีแยกถนนนนทบุรี 1 บริเวณก่อนซอยรัตนาธิเบศร์ 30 ซึ่งสถานีนี้จะมีที่จอดแล้วจร 8.สถานีพระนั่งเกล้า แนววิ่งจะเริ่มเบนออกขวาจากกลางถนนเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีโครงสร้างทางวิ่งขนาน ไปกับสะพานพระนั่งเกล้า จะเป็นสถานีเชื่อมต่อกับการขนส่งทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา 9. สถานีไทรม้า เบี่ยงเข้าสู่กึ่งกลางถนนรัตนาธิเบศร์ และวิ่งตรงถึงบริเวณหน้าหมู่บ้านซื่อตรง 10. สถานีท่าอิฐ บริเวณก่อนถึงแยกท่าอิฐ 11. สถานีบางรักใหญ่ บริเวณทางเข้าวัดบางรักใหญ่ 12. สถานีบางบัวทอง บริเวณก่อนถึงแยกตัดกับถนนบางกรวย - บางบัวทอง 13.สถานีคลองบางแพรก บริเวณคลองบางแพรก 14.สถานีสามแยกบางใหญ่ บริเวณหน้าหมู่บ้านกฤษดานคร 10 ก่อนถึงแยกถนนวงแหวนรอบนอก 15.สถานีตลาดบางใหญ่ เลี้ยวขวาบริเวณทางแยกและวิ่งไปตามแนวกึ่งกลางของถนนวงแหวนรอบนอก (ตะวันตก) ถึงบริเวณโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 16. สถานีคลองบางไผ่ (บริเวณคลองบางไผ่) เป็นสถานีสุดท้าย และเป็นที่ตั้งของศูนย์ซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งเป็นอาคารจอดแล้วจร - จุดที่ตั้งสถานีช่วงจากบางซื่อ-สามเสน-ราษฎร์บูรณะ มีสถานีขึ้น-ลง 18 สถานี ได้แก่ 1.สถานี บางโพ 2.สถานี ศรีย่าน 3.สถานี กรมชลฯ 4.สถานี สามเสน 5.สถานี หอสมุดแห่งชาติ 6.สถานี พระสุเมรุ 7.สถานี ราชดำเนิน 8.สถานี เจริญกรุง 9.สถานี วังบูรพา 10.สถานี สะพานพระปกเกล้า 11.สถานี วงเวียนใหญ่ 12.สถานี สำเหร่ 13.สถานี มไหสวรรค์ 14.สถานี จอมทอง 15.สถานี ดาวคะนอง 16.สถานี บางปะกอก 17.สถานี ประชาอุทิศ 18.สถานี ราษฎร์บูรณะ แผนการก่อสร้าง - ช่วงจากบางซื่อ-พระนั่งเกล้า-บางใหญ่ จะคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการยื่นข้อเสนอประกวดราคา ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2548 หลังจากนั้นจะมีการประกาศเชิญชวน และจัดทำข้อเสนอราคาในเดือนมิถุนายน 2548 และจะสามารถประเมินข้อเสนอเจรจาต่อรองขออนุมัติและลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนสิงหาคม 2548 จึงสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 32 เดือน โดยจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2551 -ช่วงจากบางซื่อ-สามเสน-ราษฎร์บูรณะ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2553 ความคืบหน้า - ช่วงบางชื่อ-พระนั่งเกล้า-บางใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาออกแบบรายละเอียดเส้นทาง และมีแนวเวนคืนตาม พระราชกฤษฎีกาออกมาแล้ว หลังจากนั้นจะมีการสำรวจรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเขตทางคาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือน และจะมีการดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 16 เดือน รฟม. ได้ลงนามสัญญาว่า จ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา AEC ศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำเอกสารประกวดราคาโครงการ ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินงาน มีความคืบหน้า เช่น งานสำรวจและจัดทำแผนที่แสดง ภูมิประเทศ เขตที่ดิน และสาธารณูปโภค งานออกแบบแนวเส้นทาง งานออกแบบรายละเอียดด้านสถา-ปัตยกรรมและวิศวกรรมของสถานี เป็นต้น ซึ่ง รฟม. และบริษัทที่ปรึกษาจะนำผล การศึกษาต่างๆ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบอย่างต่อเนื่องและมีแผนการดำเนินงานในเรื่องการมีส่วนร่วมของ ประชาชนและด้านชุมชนสัมพันธ์ ดังนี้ 1.การจัดประชุมครั้งที่ 1 เพื่อปฐมนิเทศโครงการ เพื่อเป็นการแนะนำและชี้แจงข้อมูลรายละเอียดโครงการพร้อม ทั้งรับฟังความคิดเห็นต่างๆ โดยจะมีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประมาณ 100 คน จากส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด นนทบุรีครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอที่แนวเส้นทางโครงการพาดผ่าน ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอบางใหญ่ และ อำเภอบางบัวทอง ผู้นำส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจากภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในเดือนมีนาคม 2548 ผลที่ได้จากการประชุม สัมมนาครั้งนี้จะนำมาประมวลวิเคราะห์และสรุปประเด็นข้อคิดเห็น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการดำเนินการ ศึกษาและออกแบบราย ละเอียดในโครงการให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน 2.จัดประชุมสัมมนากลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 30-40 คน เดือนมีนาคม-เมษายน 2548 เพื่อเป็นการสำรวจทัศนคติ และประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการ สร้างความเข้าใจและการรับรู้ โดยจะแบ่งการสัมมนากลุ่มย่อยตลอด แนวเส้นทางโครงการออกเป็น 5 กลุ่ม คือ - ชุมชนบริเวณย่านสถานีบางซื่อ - ชุมชนบริเวณ กม . ที่ 17 ถึงสี่แยกแคราย - กลุ่มผู้แทนจากเทศบาลนครนนทบุรี อบต.ไทรม้า และ อบต.บางรักน้อย - กลุ่มผู้แทนจาก อบต.บางเลน และเสาธงหิน - กลุ่มผู้แทนจาก อบต.โสนลอย บางรักใหญ่ บางรักพัฒนา และพิมลราช 3.การประชุมสัมมนาครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นประมาณ เดือนพฤษภาคม 2548 หลังจากที่บริษัทที่ปรึกษาได้ศึกษาผล กระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการแล้วเสร็จ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง มาตรการในการจัดการกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะและปัญหาต่างๆ โดย จะมีผู้แทนจากส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคเอกชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน นอก จากการจัดประชุมสัมมนาดังกล่าวข้างต้นแล้ว รฟม. จะร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาจัดนิทรรศการตามหน่วยงานภาครัฐ และ เอกชน เพื่อเผยแพร่รายละเอียดและข้อมูลโครงการสู่สาธารณชนเป็นระยะๆ ตามสถานที่ ดังนี้ - ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน 2548 จะจัดนิทรรศการในงาน "วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยาใต้ฟ้านนท์ " ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของจังหวัดนนทบุรี ที่วัดเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเมือง นนทบุรี - งาน " บางใหญ่แฟร์ " ที่ศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ และตลาดบางใหญ่ซิตี้ - ช่วงจากบางซื่อ-สามเสน-ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กองประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2246 5733, 0-2246 5744 ต่อ 116, 121 โทรสาร 0 2246 2099, 0 2246 3687 http://www.mrta.co.th


โรงงานเครื่องดื่ม 50-50 ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ โดย บ.นครปฐมเครื่องดืม จำกัด

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 ฟิฟตี้-2000 บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 เครื่องดื่มชูกำลัง ของดีของคนไทยไปต่างชาติ ของดีของ จ.นครปฐม

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 2000 เครื่องดื่มชูกำลัง ตรา 50-50 ของคนไทยทั่งประเทศ ของคน จ.นครปฐม

 








 

[แก้] ส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลัง

ของดีคนทำงาน เครื่องดื่ม คนทำงาน น่าสนใจ ของใหม่ที่คนไทยรู้จักมานาน  50-50 ฟิฟตี้-2000  บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

[แก้] ประโยชน์ของเครื่องดื่มชูกำลัง

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากเครื่องดื่มชูกำลังมีส่วนผสมของทอรีน ซึ่งสามารถลดอาการเมาค้าง ลดคลอเลสเตอรอล แต่ก็มีบางรายอ้างสรรพคุณว่า ช่วยส่งกระแสความรู้สึกให้ไวขึ้น ซึ่งคล้ายกับสารในนมแม่ ทำให้เครื่องดื่มของเด็กบางยี่ห้อได้ไส่สารนี้เข้าไป และยังมีสารอาหารประเภทวิตามินอีกหลายแบบ เช่น วิตามินบี6 ซึ่งช่วยช่วยบรรเทาการคลื่นไส้อาเจียน และ ช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม และวิตามินบี12 ที่มีคุณสมบัติช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังบางยี่ห้อที่มีราคาสูงจะมีส่วนผสมของสารกลูคูโรโนแลกโตน ซึ่งเป็นสารประกอบอีกชนิดหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลังช่วยทำให้ทุเลาอาการเหนื่อย ช่วยบำรุงข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย [27]

[แก้] ผลกระทบของเครื่องดื่มชูกำลัง

[แก้] ด้านสุขภาพ

นักวิชาการหลายท่านออกมากล่าวว่า โทษของเครื่องดื่มชูกำลังส่งผลกระทบร้ายแรงในด้านจิตใจ เช่น กระสับกระส่าย มือเท้าสั่น โดยเฉพาะในเด็ก ในกรณีดื่มเครื่องดื่มชูกำลังร่วมกับสุรา จะทำให้เพิ่มอาการเมาเป็น 2 เท่า ส่วนอาจารย์จูเลีย เชสเตอร์ อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า คนส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อของสุรา แต่คนเหล่านั้นก็ยังพยายามก็จะต่อสู้จากการโฆษณาสุรา ทำให้เป็นที่มาของการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังในท้องตลาด สำหรับในสถานศึกษาก็เริ่มมี "เหล้าชูกำลัง" เนื่องจากนักศึกษาบางคนต้องการดื่มสุรา แม้ว่าจะผิดกฎหมายก็ตาม โดยเครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมกับสุรานั้น มีอันตรายมากกว่าอาการเมาค้าง ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมก็ตาม ด้านแทมมี่ ลูว์ ผู้ช่วยผู้สนับสนุนสุขภาพ ของสำนักงานสุขภาพนักเรียน กล่าวว่า เครื่องดื่มชนิดนี้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอ่อนล้าหรือเพลีย แต่จะเป็นอันตรายต่อเยาวชน เนื่องจากเยาวชนจะเข้าใจผิดว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ดื่มแล้วจะไม่เป็นอันตราย อาการที่เกิดขึ้นได้แก่ เกิดอาการขาดน้ำ เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ผสมกัน (ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจผิดว่าการผสมเครื่องดื่ม 2 ชนิดเข้าด้วยกันจะช่วยแก้อาการเมาค้างได้) แต่ในการทดลองนำยากระตุ้นประสาทผสมกับยากดประสาท ปรากฏว่าไม่เกิดอาการเมาค้างแต่อย่างใด[28] สำหรับผลการวิจัยจากประเทศออสเตรเลียก็ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับคนที่มีอาการเครียด มีความดันโลหิตสูง หรือมีระบบการทำงานของระบบหลอดเลือดบกพร่อง สามารถทำให้เป็นโรคหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน ได้ ทำให้มีนักวิชาการหลายท่านแนะนำว่าไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละ 2 ขวด

ทุนการศึกษา ประเทศมาเลเซีย เรียบเรียง โดย ดร.สมัย เหมมั่น


       

ประเทศมาเลเซีย ประกาศให้ทุนแก่นักศึกษาต่างชาติ ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาเลเซีย กับประเทศเพื่อนสมาชิก ประจำปีการศึกษา 2009 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ Malaysian International Scholarship (MIS) คณะกรรมการทุนการศึกษานานาชาติ มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างประเทศ เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของมาเลเซีย ภายใต้การสนับสนุนของการโครงการความร่วมมือแห่งมาเลเซีย (Malaysian Technical Cooperation Programme–MTCP) ในการดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ทุนดังกล่าวจะมอบให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ และตรงตามหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย ในระดับปริญญาตรี ทั้งในส่วนของเอกชนและรัฐบาล โดยทุนการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งตามนโยบายของรัฐบาลมาเลเซีย ที่ต้องการจะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเลเซียกับเพื่อนบ้าน ในความร่วมมือรัฐต่อรัฐ หลักสูตรที่เปิดรับ 1.บริหารธุรกิจ และการเงิน 2.วิทยาศาสตร์และวิศวกรรม 3.วิทยาศาสตร์เกษตรกรรม 4.สังคมวิทยา และภาษาศาสตร์ คุณสมบัติของผู้สมัคร 1.จบการศึกษาภาคบังคับ 12 ปี (มัธยมศึกษาปีที่ 6) ด้วยเกรดการเรียนที่ดี 2.เป็นผู้ที่ผ่านงานด้านกิจกรรมและอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง 3.เข้าขอรับทุนตามหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับ และมีความสามารถทางภาษาอังกฤษ 4.มีสุขภาพที่ดี มีใบรับรองแพทย์ 5.อายุไม่เกิน 21 ปี สิทธิประโยชน์ของทุนการศึกษาที่จะได้รับ 1.ตั๋วเครื่องบินไประหว่างประเทศผู้รับทุนกับประเทศมาเลเซีย 2.ฟรีค่าเล่าเรียน โดยทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ 3.ค่าใช้จ่ายประจำเดือน 4.ค่าตำราเรียนและค่าเดินทางภายในประเทศ 5.การฝึกงานตามหน่วยงานที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ ไม่มีการอนุญาตให้นำเอาครอบครัว คู่สมรส และบุตร เดินทางไปด้วย เอกสารประกอบการสมัครขอรับทุน 1.สำเนาระเบียนทางการศึกษา รวมไปถึงจดหมายอ้างอิงจากสถาบันหน่วยงานต้นสังกัด 2.สำเนาพาสปอร์ตของผู้สมัคร 3.หลักสูตรที่ต้องการขอรับทุน 4.ภาพถ่ายขนาดติดสมุดเดินทาง จำนวน 2 ใบ 5.ใบรับรองแพทย์ 6.แผนงานการวิจัย (สำหรับระดับปริญญาโท) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Scholarship Division Ministry of Higher Education Malaysia Level 4, Block 1, PjH Tower Precint 2 Federal Government Administration Centre 62100, Putrajaya Malaysia Website : http://mtcp.epu.jpm.my อนึ่ง การสมัครขอทุนของรัฐบาลมาเลเซีย ต้องดำเนินการก่อนเปิดคอร์สการศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ 3 เดือน ซึ่งปกติที่มาเลเซีย จะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ในช่วง พ.ย.-ธ.ค. และเริ่มเรียนต้นปีถัดไป

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วัดศรีษะเกตุ ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก

วัดศรีษะเกตุ ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก หล่มสัก ขอเชิญร่วมงาน ถวายพระกฐิน ประจำปี 2555 ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐิลกับ ท่าน ดร.สมัย เหมมั่น ...

โรงงานเครื่องดื่ม 50-50 ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ โดย บ.นครปฐมเครื่องดืม จำกัด

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 ฟิฟตี้-2000 บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 เครื่องดื่มชูกำลัง ของดีของคนไทยไปต่างชาติ ของดีของ จ.นครปฐม

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 2000 เครื่องดื่มชูกำลัง ตรา 50-50 ของคนไทยทั่งประเทศ ของคน จ.นครปฐม

 








 

[แก้] ส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลัง

ของดีคนทำงาน เครื่องดื่ม คนทำงาน น่าสนใจ ของใหม่ที่คนไทยรู้จักมานาน  50-50 ฟิฟตี้-2000  บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

[แก้] ประโยชน์ของเครื่องดื่มชูกำลัง

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากเครื่องดื่มชูกำลังมีส่วนผสมของทอรีน ซึ่งสามารถลดอาการเมาค้าง ลดคลอเลสเตอรอล แต่ก็มีบางรายอ้างสรรพคุณว่า ช่วยส่งกระแสความรู้สึกให้ไวขึ้น ซึ่งคล้ายกับสารในนมแม่ ทำให้เครื่องดื่มของเด็กบางยี่ห้อได้ไส่สารนี้เข้าไป และยังมีสารอาหารประเภทวิตามินอีกหลายแบบ เช่น วิตามินบี6 ซึ่งช่วยช่วยบรรเทาการคลื่นไส้อาเจียน และ ช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม และวิตามินบี12 ที่มีคุณสมบัติช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังบางยี่ห้อที่มีราคาสูงจะมีส่วนผสมของสารกลูคูโรโนแลกโตน ซึ่งเป็นสารประกอบอีกชนิดหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลังช่วยทำให้ทุเลาอาการเหนื่อย ช่วยบำรุงข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย [27]

[แก้] ผลกระทบของเครื่องดื่มชูกำลัง

[แก้] ด้านสุขภาพ

นักวิชาการหลายท่านออกมากล่าวว่า โทษของเครื่องดื่มชูกำลังส่งผลกระทบร้ายแรงในด้านจิตใจ เช่น กระสับกระส่าย มือเท้าสั่น โดยเฉพาะในเด็ก ในกรณีดื่มเครื่องดื่มชูกำลังร่วมกับสุรา จะทำให้เพิ่มอาการเมาเป็น 2 เท่า ส่วนอาจารย์จูเลีย เชสเตอร์ อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า คนส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อของสุรา แต่คนเหล่านั้นก็ยังพยายามก็จะต่อสู้จากการโฆษณาสุรา ทำให้เป็นที่มาของการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังในท้องตลาด สำหรับในสถานศึกษาก็เริ่มมี "เหล้าชูกำลัง" เนื่องจากนักศึกษาบางคนต้องการดื่มสุรา แม้ว่าจะผิดกฎหมายก็ตาม โดยเครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมกับสุรานั้น มีอันตรายมากกว่าอาการเมาค้าง ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมก็ตาม ด้านแทมมี่ ลูว์ ผู้ช่วยผู้สนับสนุนสุขภาพ ของสำนักงานสุขภาพนักเรียน กล่าวว่า เครื่องดื่มชนิดนี้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอ่อนล้าหรือเพลีย แต่จะเป็นอันตรายต่อเยาวชน เนื่องจากเยาวชนจะเข้าใจผิดว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ดื่มแล้วจะไม่เป็นอันตราย อาการที่เกิดขึ้นได้แก่ เกิดอาการขาดน้ำ เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ผสมกัน (ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจผิดว่าการผสมเครื่องดื่ม 2 ชนิดเข้าด้วยกันจะช่วยแก้อาการเมาค้างได้) แต่ในการทดลองนำยากระตุ้นประสาทผสมกับยากดประสาท ปรากฏว่าไม่เกิดอาการเมาค้างแต่อย่างใด[28] สำหรับผลการวิจัยจากประเทศออสเตรเลียก็ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับคนที่มีอาการเครียด มีความดันโลหิตสูง หรือมีระบบการทำงานของระบบหลอดเลือดบกพร่อง สามารถทำให้เป็นโรคหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน ได้ ทำให้มีนักวิชาการหลายท่านแนะนำว่าไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละ 2 ขวด

วัดศรีษะเกตุ ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก

วัดศรีษะเกตุ ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก: วัดศรีษะเกตุ บ้านโสก หล่มสัก ขอเชิญร่วมงาน ถวายพระกฐิน ประจำปี 2555 ร่วมเป็นเจ้าภาพกฐิลกับ ท่าน ดร.สมัย เหมมั่น ...

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คนดี อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จิตอาสา นาย หนูน้อย แสงมณี

อำเภอหล่มสัก เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์

เนื้อหา

 [ซ่อน

[แก้] ที่ตั้งและอาณาเขต

อำเภอหล่มสักตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

[แก้] การปกครองส่วนภูมิภาค

อำเภอหล่มสักแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 23 ตำบล 251 หมู่บ้าน ได้แก่
1.หล่มสัก(Lom Sak)13.ปากช่อง(Pak Chong)
2.วัดป่า(Wat Pa)14.น้ำชุน(Nam Chun)
3.ตาลเดี่ยว(Tan Diao)15.หนองไขว่(Nong Khwai)
4.ฝายนาแซง(Fai Na Saeng)16.ลานบ่า(Lan Ba)
5.หนองสว่าง(Nong Sawang)17.บุ่งคล้า(Bung Khla)
6.น้ำเฮี้ย(Nam Hia)18.บุ่งน้ำเต้า(Bung Namtao)
7.สักหลง(Sak Long)19.บ้านกลาง(Ban Klang)
8.ท่าอิบุญ(Tha Ibun)20.ช้างตะลูด(Chang Talut)
9.บ้านโสก(Ban Sok)21.บ้านไร่(Ban Rai)
10.บ้านติ้ว(Ban Tio)22.ปากดุก(Pak Duk)
11.ห้วยไร่(Huai Rai)23.บ้านหวาย(Ban Wai)
12.น้ำก้อ(Nam Ko)

[แก้] การปกครองส่วนท้องถิ่น

ท้องที่อำเภอหล่มสักประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 21 แห่ง ได้แก่
  • เทศบาลเมืองหล่มสัก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหล่มสักทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลตาลเดี่ยว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาลเดี่ยวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวัดป่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวัดป่าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลฝายนาแซง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฝายนาแซง ตำบลหนองสว่าง และตำบลน้ำเฮี้ยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสักหลง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสักหลงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าอิบุญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าอิบุญทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโสก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโสกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านติ้วทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยไร่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำก้อ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำก้อทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปากช่อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากช่องทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำชุน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำชุนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไขว่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไขว่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลานบ่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลานบ่าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุ่งคล้าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งน้ำเต้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุ่งน้ำเต้าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านกลางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลช้างตะลูด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลช้างตะลูดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านไร่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปากดุก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปากดุกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหวาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านหวายทั้งตำบล

[แก้] หน่วยกู้ภัย

  • สมาคมกกไทร หล่มสัก (กู้ภัยเพชรบูรณ์)

[แก้] ธนาคาร

  • ธนาคารกรุงไทย สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารออมสิน สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารออมสิน สาขาบิ๊กซีหล่มสัก
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารทหารไทย สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาหล่มสัก เพชรบูรณ์
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาบิ๊กซีหล่มสัก
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธอส.) สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาหล่มสัก
  • ธนาคารธนชาติ สาขาหล่มสัก

[แก้] โรงเรียน


โรงงานเครื่องดื่ม 50-50 ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ โดย บ.นครปฐมเครื่องดืม จำกัด

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 ฟิฟตี้-2000 บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 50-50 เครื่องดื่มชูกำลัง ของดีของคนไทยไปต่างชาติ ของดีของ จ.นครปฐม

 

ฟิฟตี้-ฟิฟตี้ 2000 เครื่องดื่มชูกำลัง ตรา 50-50 ของคนไทยทั่งประเทศ ของคน จ.นครปฐม

 








 

[แก้] ส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลัง

ของดีคนทำงาน เครื่องดื่ม คนทำงาน น่าสนใจ ของใหม่ที่คนไทยรู้จักมานาน  50-50 ฟิฟตี้-2000  บ.นครปฐมเครื่องดื่ม จำกัด

 

[แก้] ประโยชน์ของเครื่องดื่มชูกำลัง

นักวิจัยกล่าวว่า เนื่องจากเครื่องดื่มชูกำลังมีส่วนผสมของทอรีน ซึ่งสามารถลดอาการเมาค้าง ลดคลอเลสเตอรอล แต่ก็มีบางรายอ้างสรรพคุณว่า ช่วยส่งกระแสความรู้สึกให้ไวขึ้น ซึ่งคล้ายกับสารในนมแม่ ทำให้เครื่องดื่มของเด็กบางยี่ห้อได้ไส่สารนี้เข้าไป และยังมีสารอาหารประเภทวิตามินอีกหลายแบบ เช่น วิตามินบี6 ซึ่งช่วยช่วยบรรเทาการคลื่นไส้อาเจียน และ ช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม และวิตามินบี12 ที่มีคุณสมบัติช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังบางยี่ห้อที่มีราคาสูงจะมีส่วนผสมของสารกลูคูโรโนแลกโตน ซึ่งเป็นสารประกอบอีกชนิดหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลังช่วยทำให้ทุเลาอาการเหนื่อย ช่วยบำรุงข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย [27]

[แก้] ผลกระทบของเครื่องดื่มชูกำลัง

[แก้] ด้านสุขภาพ

นักวิชาการหลายท่านออกมากล่าวว่า โทษของเครื่องดื่มชูกำลังส่งผลกระทบร้ายแรงในด้านจิตใจ เช่น กระสับกระส่าย มือเท้าสั่น โดยเฉพาะในเด็ก ในกรณีดื่มเครื่องดื่มชูกำลังร่วมกับสุรา จะทำให้เพิ่มอาการเมาเป็น 2 เท่า ส่วนอาจารย์จูเลีย เชสเตอร์ อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า คนส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อของสุรา แต่คนเหล่านั้นก็ยังพยายามก็จะต่อสู้จากการโฆษณาสุรา ทำให้เป็นที่มาของการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังในท้องตลาด สำหรับในสถานศึกษาก็เริ่มมี "เหล้าชูกำลัง" เนื่องจากนักศึกษาบางคนต้องการดื่มสุรา แม้ว่าจะผิดกฎหมายก็ตาม โดยเครื่องดื่มชูกำลังที่ผสมกับสุรานั้น มีอันตรายมากกว่าอาการเมาค้าง ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมก็ตาม ด้านแทมมี่ ลูว์ ผู้ช่วยผู้สนับสนุนสุขภาพ ของสำนักงานสุขภาพนักเรียน กล่าวว่า เครื่องดื่มชนิดนี้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอ่อนล้าหรือเพลีย แต่จะเป็นอันตรายต่อเยาวชน เนื่องจากเยาวชนจะเข้าใจผิดว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ดื่มแล้วจะไม่เป็นอันตราย อาการที่เกิดขึ้นได้แก่ เกิดอาการขาดน้ำ เนื่องจากฤทธิ์ของคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ผสมกัน (ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจผิดว่าการผสมเครื่องดื่ม 2 ชนิดเข้าด้วยกันจะช่วยแก้อาการเมาค้างได้) แต่ในการทดลองนำยากระตุ้นประสาทผสมกับยากดประสาท ปรากฏว่าไม่เกิดอาการเมาค้างแต่อย่างใด[28] สำหรับผลการวิจัยจากประเทศออสเตรเลียก็ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต สำหรับคนที่มีอาการเครียด มีความดันโลหิตสูง หรือมีระบบการทำงานของระบบหลอดเลือดบกพร่อง สามารถทำให้เป็นโรคหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน ได้ ทำให้มีนักวิชาการหลายท่านแนะนำว่าไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลังวันละ 2 ขวด